วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 15.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด “โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเดงกีในเด็กอายุ 7-10 ปี” ณ อาคารศรีโคตรบูรณ์ มหาวิทยาลัยนครพนม ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในคราวลงพื้นที่ตรวจราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร)นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่มีอยู่แล้วอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีนโยบายเพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเดงกีที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ซึ่งความสำคัญของ “โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเดงกี ในเด็กอายุ 7-10 ปี” ที่จังหวัดนครพนมนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันในการนำวัคซีนไข้เลือดออกมาใช้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก วัคซีนไข้เลือดออกที่ใช้ในการรณรงค์ในครั้งนี้ เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine) ที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้ได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนมาแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 10 ล้านกว่าโดส รวมถึงประเทศไทยมีการใช้วัคซีนไปแล้ว 4 แสนกว่าโดส โครงการรณรงค์ในวันนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นำโดยกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และได้รับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกจากบริษัท ทาเคดา ฟาร์มาซูติคัล จำกัด โดยเป็นการผสานพลังกันในการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีเด็กอายุระหว่าง 7 ถึง 10 ปี เข้าร่วมในโครงการจากจังหวัดนครพนม กว่า 15,000 คนนอกจากนี้ จังหวัดนครพนม ยังได้ดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส เอชพีวี (HPV) อย่างต่อเนื่องจนได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ผลการดำเนินงานฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี (HPV) ยอดเยี่ยม ในกิจกรรมเชิดชูเกียรติ และขอบคุณภาคีเครือข่าย "1-M doses HPV Vaccine: Together We Succeed" เป็นความสำเร็จก่อนครบกำหนด 100 วัน ในปี 2567 การคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี ปี 2567 ได้รับโล่รางวัลระดับดีเด่น (1 ใน 24 แห่งของประเทศ) การขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกล NCDs มีการจัดตั้ง NCDs remission clinic ใน รพท. 1 แห่ง (100%), รพช. 11 แห่ง (100%), รพ.สต. 151 แห่ง (100%) จัดตั้ง NCDs Prevention Center ใน สสอ. 12 แห่ง (100%) จัดตั้งศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs 153 แห่ง (100%) มีการบูรณาการร่วมกับ NCDs Clinic ในการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานลดการบริโภคเกลือและโซเดียม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายส่วนในด้านการดำเนินงานตามนโยบาย "4ค ไม่คอย NCDs" ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนากฎหมายสนับสนุนเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน พรบ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อส่งเสริมงานสุขภาพเชิงรุกในชุมชนต่อสู้กับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งจังหวัดนครพนมได้ดำเนินการยกระดับ ศสมช. เป็นศูนย์ปฏิบัติการ NCDs ประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน และมีศูนย์ปฏิบัติการฯ ต้นแบบ 1 หน่วยบริการ 1 ศูนย์ต้นแบบ มี อสม.ปฏิบัติงานในศูนย์ โดยผลการดำเนินงาน 163 ศูนย์ปฏิบัติการต้นแบบครบทุกหน่วยบริการ “อสม.นับคาร์บตนเอง ร้อยละ 99.97” ประชาชน อายุ 10 ปีขึ้นไป ได้รับคำแนะนำการนับคาร์บ ร้อยละ 91.16 ซึ่งการขับเคลื่อนตามนโยบายดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้ อสม. และประชาชนมีความรู้ในการปรับพฤติกรรมการกินแบบนับคาร์บ ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ลดการเกิดผู้ป่วย NCDs รายใหม่ ส่วนผู้ที่ป่วยแล้วก็สามารถควบคุมโรคได้ดี ชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ทั้งนี้ จังหวัดนครพนม มี อสม.ดีเด่นระดับชาติ 3 สาขา คือ ในปี 2567 มีสาขาโรคไม่ติดต่อ สาขาส่งเสริมสุขภาพ และในปี 2568 สาขาทันตสุขภาพสำหรับการดำเนินงานตามนโยบายด้านการแพทย์แผนไทย (เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ Medical & Wellness Hub) เพื่อยกระดับเพิ่มโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและประเทศ ผ่านการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวดสปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดนครพนมมีผลงานเด่นและรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ โดยคว้ารางวัลพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติด้านการแพทย์แผนไทย ระดับเพชร ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และโรงพยาบาลนครพนม ในปี 2567 และในปี 2568 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับเขต ประเภทโรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลบ้านแพง และรางวัลพื้นที่ต้นแบบชมรมผู้สูงอายุด้านการแพทย์แผนไทย รองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับเขต ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน